ONE Championship (วัน แชมเปี้ยนชิพ) องค์กรกีฬาศิลปะป้องกันตัวระดับโลกที่ยิ่งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์เอเชีย ระเบิดความมันส์ครั้งแรกบนแผ่นดินซามูไรเรียบร้อย เมื่อวันอาทิตย์ที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา ณ สังเวียนกีฬาศักดิ์สิทธิ์ เรียวโงกุ โกกุงิกัง กลางกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ภายใต้ชื่อรายการ ONE: A NEW ERA

สำหรับการแข่งขันครั้งนี้นอกจากจะเป็นการจัดขึ้นครั้งแรกบนแผ่นดินอาทิตย์อุทัยของ ONE Championship แล้ว ยังถือเป็นการจัดแข่งขันครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ขององค์กรด้วย เนื่องจากมีโปรแกรมชิงแชมป์โลกกันถึง 4 รุ่น และทัพนักกีฬาชื่อดังอีกมากมายขึ้นเวทีประกอบรายการ

คู่เอกเป็นการป้องกันตำแหน่งแชมป์รุ่นไลต์เวตของ เอดูอาร์ด โฟลายัง ยอดฝีมือชาวฟิลิปปินส์ พบกับผู้ท้าชิง ชินยะ อาโอกิ ฮีโร่ระดับตำนานขวัญใจเจ้าถิ่น เริ่มต้นยกมาทั้งคู่ดูท่าทีกันก่อน โดยเป็นอาโอกิที่โผเข้ารวบตามสไตล์ถนัดจนลงไปคลุกกันบนสังเวียนผ้าใบ จากนั้นจอมซับมิสชั่นแดนซามูไรก็ไม่ทำให้กองเชียร์ผิดหวัง เมื่อชิงล็อกแขนและคอโฟลายังนานร่วมนาที แม้แชมป์จะไม่แท็ปมือขอยอมแพ้ แต่กรรมการเห็นว่าอยู่ในสภาพที่ไร้ทางตอบโต้แล้ว จึงยุติการแข่งขันไปเพื่อความปลอดภัย ส่งผลให้อาโอกิกลายเป็นแชมป์รุ่นไลต์เวตคนใหม่ท่ามกลางเสียงเฮลั่นจากผู้ชมทั้งสนาม

ด้านกำปั้นสาว ซง จิง หนาน แชมป์รุ่นสตรอว์เวตหญิงชาวจีน ขึ้นสังเวียนป้องกันเข็มขัดกับ แองเจล่า ลี ผู้ท้าชิงชาวสิงคโปร์ที่พกดีกรีแชมป์รุ่นอะตอมเวตหญิงมาด้วย เริ่มยกแรกสองสาวไม่ดูชั้นเชิงกันมาก เดินหน้าเข้าหากันพร้อมแลกอาวุธดุเดือด โดยลีพยายามจับทุ่มหวังดวลกันบนพื้นแต่แชมป์แดนมังกรก็แก้ไขสถานการณ์ได้อย่างไม่ยากเย็น ยกที่ 2 รูปเกมยังเหมือนเดิม ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบกันมากนัก ยกที่ 3 ซงทำได้ดีกว่าอย่างเห็นได้ชัดด้วยการปล่อยหมัด 1-2 ซ้าย-ขวาเข้าที่ใบหน้าจนลีต้องร่นถอย ยกที่ 4 เป็นลีที่ทำได้ดีกว่าบ้าง เมื่อชวนลงไปบู๊กันในท่านอนจนเกือบจับล็อกแขนได้สำเร็จ แต่ระฆังหมดยกดังขึ้นเสียก่อน ยกสุดท้ายกลายเป็นยกปิดตำนานไร้พ่ายของลี เมื่อซงใช้แรงที่มีมากกว่าไล่อัดจนสาวสิงคโปร์ยืนป้อแป้ กรรมการต้องยุติการแข่งขันเมื่อเห็นว่าลีหมดหนทางตอบโต้ใดๆแล้ว ส่งผลให้ซงป้องกันแชมป์สตรอว์เวตหญิงไว้ได้อย่างยิ่งใหญ่

คู่ก่อนหน้านั้น อ่อง ลา เอ็น ซาง จากเมียนมาร์ แชมป์รุ่นมิดเดิลเวต พบกับคู่ปรับเก่า เคน ฮาเซงาว่า อีกหนึ่งขวัญใจเจ้าถิ่น สำหรับไฟต์นี้ถือเป็นรีแมตช์ของทั้งคู่ ซึ่งเมื่อปีที่แล้วได้ตำแหน่งไฟต์ยอดเยี่ยมแห่งปีด้วย ผลการแข่งขันปรากฎว่าไม่พลิกโผ เมื่อ อ่อง ลา เอ็น ซาง ยังคงรักษาฟอร์มยอดเยี่ยมไร้เทียมทาน เป็นฝ่ายย้ำแค้นเดินหน้านวดฮาเซงาวะอยู่ฝ่ายเดียว ก่อนปิดบัญชีได้สำเร็จในช่วงท้ายยกที่ 2 ด้วยหมัดขวาตรงส่งกำปั้นแดนปลาดิบร่วงลงพื้น ชนะเทคนิเคิล น็อกเอาต์ ไปแบบสะอาดหมดจด ป้องกันเข็มขัดไว้ได้อย่างสวยงาม

อีกคู่ที่มีเข็มขัดแชมป์เป็นเดิมพัน เควิน เบลิงกอน แชมป์รุ่นแบนตัมเวตชาวฟิลิปปินส์ ทำศึกครั้งที่ 3 กับคู่รักคู่แค้นจากบราซิล บิเบียโน่ เฟอร์นันเดส อดีตแชมป์ระดับตำนานของรุ่นนี้ ยกแรกเป็นเฟอร์นันเดสที่ทำได้เข้าตามากกว่า มีช็อตยิงหมัดจนเบลิงกอนถึงกับออกอาการ แถมยังเกือบล็อกคอได้สำเร็จด้วยแต่ระฆังหมดยกดังขึ้นเสียก่อน ยกที่ 2 เบลิงกอนเริ่มจับจังหวะได้ แต่เมื่ออยู่ในท่านอนยังเป็นเฟอร์นันเดสที่ดูได้เปรียบมากกว่า ช่วงต้นยกที่ 3 เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น เมื่อเบลิงกอนเสียหลักจากการโดนรวบ แต่เจ้าตัวกลับไปศอกใส่บริเวณด้านหลังศีรษะของเฟอร์นันเดสจนฝ่ายหลังไม่สามารถกลับมาแข่งขันต่อได้ ทำให้ โอลิวิเย่ร์ คอสต์ กรรมการชี้ขาดบนเวทีให้ใบแดงเบลิงกอนข้อหาทำผิดกฎขั้นร้ายแรง ส่งผลให้เฟอร์นันเดสทวงเข็มขัดแชมป์คืนมาได้สำเร็จ

คู่ต่อมาเป็นการแข่งขัน World Grand Prix รุ่นฟลายเวต รอบ 8 คนสุดท้าย เดเมทริอุส จอห์นสัน สุดยอดฝีมือชาวอเมริกัน เปิดตัวไฟต์แรกพบกับ ยูยะ วากามัตสึ กำปั้นรูปหล่อขวัญใจกองเชียร์ เปิดฉากมายกแรกทั้งคู่ไม่ดูท่าทีให้เสียเวลา ยืนแลกอาวุธกันอย่างดุเดือด แต่มายกที่ 2 จอห์นสันชวนทะเลาะในท่านอนทันที ฝั่งวากามัตสึพลิกเอาตัวรอดได้หวุดหวิด แต่สุดท้ายในช่วงกลางยก จอห์นสันก็ใช้ประสบการณ์ที่เหนือกว่าชิงจังหวะยืนล็อกคอดาวรุ่งแดนปลาดิบด้วยท่ากิโยตินโช้ก จนฝ่ายหลังต้องแตะขอยอมแพ้ไปอย่างไม่มีทางเลือก

อีกคู่ที่น่าสนใจในศึก World Grand Prix รุ่นไลต์เวต รอบ 8 คนสุดท้าย เอ็ดดี้ อัลบาเรซ ตัวท็อปจากสหรัฐอเมริกา ประเดิมไฟต์แรกด้วยการพบกับ ทิโมฟีย์ นาสติวกิ้น จอมเดือดจากรัสเซีย ผลคู่นี้ถือว่าช็อกวงการไม่น้อยเมื่อต้องจบลงตั้งแต่ยกแรก โดยเป็นฝั่งนาสติวกิ้นที่ระเบิดพลังสุดยอด ไล่อัดอัลบาเรซตั้งแต่ต้นยก ก่อนในช่วงนาทีสุดท้ายจะปล่อยหมัดชุดจนอัลบาเรซเสียหลักลงไปกอง กำปั้นแดนหมีขาวไม่ปล่อยโอกาสทองให้หลุดมือโผเข้าจ้วงซ้ำ กรรมการเห็นท่าไม่ดีต้องปรี่เข้าห้ามยุติการชก ส่งผลให้นาสติวกิ้นเป็นฝ่ายตีตั๋วเข้ารอบรองชนะเลิศต่อไป

นอกจากการแข่งขัน 6 คู่นำของรายการแล้ว ในศึกเดียวกันนี้ยังมี 2 นักชกไทยขึ้นสังเวียนด้วย โดยต่างก็พร้อมใจรีดฟอร์มคว้าชัยชนะได้ทั้งคู่

เริ่มที่ ONE Super Series คิกบ็อกซิ่ง แคตช์เวต 72 กก. ยอดแสนไกล ไอดับบลิวอี แฟร์เท็กซ์ โคตรมวยชาวไทย พบกับ แอนดี้ เซาเวอร์ จอมเก๋าจากเนเธอร์แลนด์ เปิดฉากยกแรกมาไม่กี่วินาที ยอดแสนไกลได้จังหวะออกหมัดขวาใส่ปลายคางเซาเวอร์จนลงไปนั่งให้กรรมการนับแปด ก่อนเป็นฝ่ายคุมเกมการชกได้จนจบยก มาในยกที่ 2 ยอดแสนไกลยังดูนิ่งกว่าทั้งจังหวะเดินและถอย ก่อนได้โอกาสปล่อยหมัดตรงเข้าหน้าส่งเซาเวอร์ลงไปนั่งอีกครั้ง กำปั้นชาวดัตช์พยายามลุกขึ้นมาแต่ก็ไม่ทัน กรรมการนับสิบยุติการแข่งขันไป

อีกคู่เป็น ONE Super Series มวยไทย รุ่นฟลายเวต รถถัง จิตรเมืองนนท์ พบกับ ฮาคิม ฮาเม็ช จากฝรั่งเศส คู่นี้โชว์ฟอร์มได้สนุกสูสี ต่างฝ่ายต่างออกอาวุธกันสุดมันส์ รถถังใช้ความดุดันเป็นฝ่ายเดินลุยเป็นหลัก ส่วนฮาเม็ชก็มีลูกตอบโต้สร้างปัญหาให้เป็นระยะ ครบ 3 ยก กรรมการเทใจให้รถถังชนะคะแนนไป 2 ต่อ 1 เสียง ทำให้กำปั้นชาวไทยวัย 21 ปีได้รับการชูมือไปในที่สุด และเป็นการคว้าชัย 3 ไฟต์รวดของเจ้าตัวในรายการนี้ด้วย

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here