9 เทคนิคกระตุ้นความฟิตในตัวคุณ

เทคนิคการออกกำลังกาย

คุณเคยวางแผนที่จะออกกำลังกายแล้ว แต่สุดท้ายก็ล้มเลิกใช่ไหม? คุณเคยคิดจะออกไปฝึกแต่ก็รู้สึกขี้เกียจใช่มั้ยละ (ผมก็เป็นบ่อยๆนะ)

ถ้าคำตอบของคุณคือ ใช่

จงรู้ไว้เลยว่าไม่ใช่คุณเพียงคนเดียวเท่านั้น แต่ยังมีคนอีกจำนวนมากที่คิดจะเริ่ม
แต่ก็ต้องลงไปเมื่อพวกเขารู้สึกเบื่อหน่าย หรือเห็นผลที่ต้องการช้าเกินไป
ลองทำตามเคล็ด (ไม่) ลับเหล่านี้ดู อาจจะช่วยให้คุณเกิดแรงจูงใจขึ้นมาได้บ้าง

กำหนดเป้าหมาย
เริ่มต้นเป้าหมายสั้นๆ เช่น วิ่งวันละ 10 นาที หลังจากนั้นค่อยตั้งจุดหมายที่ยาวขึ้น
โดยอาจจะเพิ่มระยะทางให้ไกลขึ้นและใช้เวลานานขึ้นเป็น 30 นาทีต่อวัน

ซึ่งการวางเป้าหมายที่ดีนั้น
จงจำไว้อย่างว่าต้องอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง และสามารถปฏิบัติให้บรรลุผลได้

ถ้าคุณตั้งเป้าหมายที่สูงเกินไป มันก็เป็นเรื่องง่ายมาที่คุณจะยอมแพ้ตั้งแต่ยกแรก

ค่อยเป็นค่อยไป
ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นบ่อยๆ นั้น ส่วนมากมีผลมาจากการเริ่มต้นโปรแกรมการออกกำลังกายที่หักโหม
และเร่งรีบเกินไป ซึ่งกว่าคุณจะรู้ตัวว่าฟิตเกินไปก็สายเสียแล้ว
ความเจ็บปวดและอาการตึงของกล้ามเนื้อ สามารถทำให้คุณหมดกำลังใจได้เหมือนกัน
ฉะนั้นจึงควรเล่นแบบค่อยเป็นค่อยไป เพื่อให้กล้ามเนื้อได้หยืดหยุ่นและปรับตัว

เลือกออกกำลังกายตามไลฟ์สไตล์ของคุณ
คุณชอบออกกำลังคนเดียวหรือมีเพื่อนมากกว่ากัน?
ถ้าคุณชอบฉายเดี่ยวมากกว่า การเลือกกีฬาที่ไม่ต้องแข่งขันกับใคร
อย่างเช่น โยคะ ยกเวท ปั่นจักรยาน นั้นเหมาะกับคุณอย่างยิ่ง
แต่ถ้านิยมเฮฮากับเพื่อนฝูง คุณอาจจะไปสมัครเต้นแอโรบิคสักคอร์ส
หรือไม่ก็ร่วมเป็นสมาชิกในทีมโบว์ลิง วอลเลย์บอล ก็โอเคไม่น้อย

เพิ่มความหลากหลาย
จะเป็นความหลากหลายแบบไหนก็ได้ ที่ทำให้คุณไม่รู้สึกเบื่อการออกกำลังกาย
เช่น เปลี่ยนประเภทกีฬาที่เล่น หาอุปกรณ์เสริมใหม่ๆ เช่น เชือกกระโดด ลูกบอล ดัมเบล มาเพิ่มความสนุก

หรือถ้าวันไหนอากาศดี คุณอาจจะออกไปยืดเส้นยืดสายข้างนอก สูดอากาศบริสุทธิ์ให้ชุ่มปอด
หรือเข้าฟิตเนสเล่นเครื่องเล่นใหม่ๆ ที่อาจจะทำให้คุณได้พบกับเพื่อนใหม่คอเดียวกันเป็นของแถมด้วย

ทำให้การออกกำลังกายเป็นหนึ่งในหน้าที่ประจำวัน
ต้องตระหนักไว้ว่าการออกกำลังกายคือส่วนหนึ่งของชีวิตที่ขาดไม่ได้
เฉกเช่นเดียวกับการนอนหลับพักผ่อนหรือการรับประทานอาหาร
อย่าคิดอ้างว่าไม่มีเวลาเชียว

เพราะคุณสามารถมองหาโอกาสเล็กๆ ในแต่ละวันแทรกการออกกำลังกายได้อยู่แล้ว
เช่น ขึ้นบันไดแทนการใช้ลิฟท์ ถีบจักรยานบนอากาศขณะดูโทรทัศน์ก็สร้างสรรค์ไม่น้อย
เชื่อหรือไม่ว่า แค่เดินขึ้นบันไดเพียง 15 นาที ร่างกายจะเผาผลาญพลังงานได้ 150 แคลอรี่เลยทีเดียว

หากำลังหนุน
การออกกำลังกายกับเพื่อนหรือทำความรู้จักเพื่อนใหม่ๆ ที่ชื่นชอบการออกกำลังกายเหมือนกัน

จะเป็นแรงหนุนที่คอยประคับประคอง ให้คุณสนุกกับการเสียเหงื่ออย่างสม่ำเสมอ
ฉะนั้นลองเชิญชวนคนรู้จัก หรือเพื่อนร่วมงานให้มาออกกำลังกายพร้อมคุณดูสิ รับรองคุณจะสนุกยิ่งขึ้น

ติดตามความก้าวหน้า
ประเมินระดับความฟิตของคุณบ้าง
โดยคุณอาจจะจดบันทึกว่าแต่ละครั้งที่ไปออกกำลังกายคุณทำอะไรบ้าง นานเท่าไร
และคุณรู้สึกอย่างไรระหว่างและหลังการออกกำลังกาย
รวมถึงสถิติน้ำหนักหากคุณกำลังอยากลดความอ้วนอยู่
การบันทึกผลความพยายามนี้จะช่วยให้คุณเข้าใกล้เป้าหมายมากขึ้น
และเตือนให้รู้ว่าคุณทำมันก้าวหน้าไปแค่ไหนแล้ว

ให้รางวัลกับตัวเอง
หลังจากจบคอร์สออกกำลังกาย ลองใช้เวลาสัก 2- 3 นาที
นั่งพักเพื่อลิ้มรสความรู้สึกดีๆ ที่การออกกำลังกายมอบให้คุณ
โดยเฉพาะภาพสะท้อนบางอย่างที่บอกให้รู้ว่า คุณได้บรรลุความสำเร็จขั้นหนึ่งแล้ว
และบางทีคุณอาจจะซื้อรองเท้ากีฬาคู่ใหม่ หรือซีดีเพลงโปรดสักแผ่นให้กับตัวเอง
เพื่อเป็นรางวัลชิ้นใหญ่เมื่อสามารถลดน้ำหนักได้ตรงเป้า

ยืดหยุ่นซะบ้าง
แม้จะบรรจุการออกกำลังเป็นหนึ่งกิจกรรมประจำวัน แต่นั้นก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะหยุดพักไม่ได้
วันไหนคุณมีนัดกับเพื่อนก็ปรับเปลี่ยนตารางเสียใหม่ หรือเกิดไม่สบายขึ้นมา
ก็พักการออกกำลังไปสัก 2-3 วัน
เพราะหากคุณยังฝืนสังขารรับรองได้เลยว่า ภูมิคุ้มกันของร่างกายคุณจะแย่ยิ่งกว่าเดิม

แต่ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ เมื่อคุณรู้สึกดีขึ้นแล้ว
อย่าลืมปลุกความกระตือรือร้น ที่จะออกกำลังกายให้กลับมาอีกครั้งหนึ่งด้วย

เอาล่ะ ถึงเวลาที่คุณจะลุกไปเรียกเหงื่อข้างนอกซะที
และถ้าวันไหนคุณรู้สึกเหนื่อยหน่ายที่จะทำมัน ก็ลองหยิบเคล็ดไม่ลับนี้มาอ่านซ้ำ
เผื่อคุณจะได้แรงกระตุ้นกลับมาใหม่ไงล่ะ!

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *